1.เข้า google.com
2.คลิก english ให้ google แสดงผลเป็นอังกฤษ
3.คลิก Language tool
4.ที่ช่อง translate a webpage ใส่ url ว่า www.proxify.com
5.ใส่ url ของเว็บที่ต้องการใน proxify.com
แฉเบื้องหลัง คลิปสยิว’น้องพริก’ ทั้ง 3 เวอร์ชั่น ที่แท้เจ้าตัวอยากดัง ถ่ายแบบเซ็กซี่ให้ค่าย MEMO Read the rest of this entry »

เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ใช้สำหรับเเปลงไฟล์แทบจะทุกสกุลที่เกี่ยวกับไฟล์วีดีโอและเสียง ซึ่งดูได้เลยจากข้างล่างว่ามันรับรองไฟล์อะไรบ้างน่ะ

เพื่อตอบสนองต่อสู้กับปัญหาลวนลามผู้หญิงบนรถไฟที่ญี่ปุ่น จึงเกิดไอเดียใหม่ ร้านลวนลามบนรถไฟฟ้า
ร้านนี้จะแต่งร้านเหมือนรถไฟฟ้าญี่ปุ่นเปี๊ยบ แต่ไม่เคลื่อนที่ ภายในเป็นห้องโดยสารพร้อมอุปกรณ์แบบเดียวกับที่ใช้ในรถไฟจริง, ใช้เสียงผู้ประกาศ และ มีการหยุดจอดตามสถานนีเหมือนจริง วิ่งเป็นระยะประมาณ 20 นาที วิวนอกหน้าต่าง เป็นภาพจากจอ LCD แสดงวิวจากสถานที่จริง
อดทนไม่ไหวถึงขนาดช่วยกันเขียนเตือน สำหรับกองบรรณาธิการของนิตยสาร Us Weekly ที่ร่วมด้วยช่วยกันอ้อนวอน “วิคตอเรีย เบ็คแฮม” อดีตนักร้องสาวของวง Spice Girl และภรรยาคนสวยของนักเตะสุดหล่อ “เดวิด เบ็คแฮม” ว่าไปไหนมาไหนช่วยใส่บราหน่อย เพราะเบื่อกับการเห็นหัวจุกของเธอจนเอียนแล้ว ตามรายงานจาก imdb.com
ทีมบรรณาธิการของนิตยสาร Us Weekly ช่วยกันเขียนจดหมายถึง วิคตอเรีย เบ็คแฮม หรือ Posh Spice และโพสไปบนเว็บไซต์ของตัวเองด้วยว่า ช่วยแต่งตัวให้มิดชิดหน่อยถ้าจะมาอยู่ในลอส แองเจลิสในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ เพราะพวกเขาไม่อยากจะเป็นตากุ้งยิงจากการต้องนั่งมองหัวจุกน้อยๆ ที่เธอภูมิใจเสนอเหลือเกิน
”มันไม่มีอะไรที่จะดูหรูหรา (posh) ในการลืมใส่ยกทรงแล้วเที่ยวเดินโทงๆ ไปในเสื้อยืดที่คับติ้ว อย่างที่ใครเขารู้กันว่าเธอชอบทำ ซึ่งมันแจ่มแจ้งกับพวกเราเลยว่าแนวคิดเรื่องการใส่บราดูจะไม่เป็นที่นิยมในประเทศของคุณ เช่นความไม่คุ้นเคยกับอเมริกันฟุตบอลหรือการไปคบกับคนแปลกๆ อย่างทอม ครูส”
”ด้วยใจจริง เธอเป็นผู้หญิงวัย 32 ที่มีหน้าอกอันแสนจะมั่นใจ ที่ดูก็รู้ว่าอยากจะออกมาจ๊ะเอ๋ต่อชาวโลกเพียงไร ขอให้เธอรักษาความมั่นคงในการไม่ใส่ยกทรงต่อไป แล้วอีก 5 ปีเธอจะมีลูกตุ้มนาฬิกาอันใหญ่ 2 อันแขวนอยู่บนไหปลาร้าเล็กๆ ของเธอ ที่เดวิดสามีของเธออาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นถุงใส่ลูกฟุตบอลก็ได้”
ที่มา : manager.co.th

TuneUp Utilities โปรแกรมนี้จะทำให้วินโดว์เร็วขึ้นและมีความปลอดภัยมากขึ้นและที่สำคัญใช้งานง่าย โดยมันจะเอาปรับปรุงค่าต่างๆของเครื่องเราให้มีความเสถียรภาพมากที่สุด ลงโปรแกรมนี้แล้วเครื่องเร็วมากขึ้นน่ะ ขอบอก…
Download : Click Here

Google ตัดสินใจลบข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากผู้ใช้ที่ใช้บริการการค้นหาข้อมูล ซึ่งปกติจะเก็บไว้โดยไม่มีกำหนด แต่หลังจากนี้จะถูกลบออกหลังจากผ่านไป 18 ถึง 24 เดือน
“การลบข้อมูลในล็อกของเซิร์ฟเวอร์ภายหลัง 18 ถึง 24 เดือนนับเป็นการสร้างสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์ 2 อย่างคือ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงบริการของ Google อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มีความโปร่งใสและความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฏการเก็บรักษาข้อมูล” คำแถลงการณ์จากยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาข้อมูล
“ถึงแม้ว่า เราจะต้องเก็บข้อมูลล็อกนานๆ ตามกฏหมาย เราก็จะต้องลบข้อมูลล็อกในเซิร์ฟเวอร์เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งอยู่แล้ว”
เป็นการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับคำปรึกษาด้านกฏหมายความเป็นส่วนบุคคลในอเมริกาและยุโรป
ปกติแล้วบริษัทจะเก็บข้อมูลไว้นานถึง 24 เดือนเพื่อให้ตรงกับกฏหมายการเก็บรักษาข้อมูลที่บังคับใช้ทั่วยุโรป
โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและบริษัทให้บริการโทรศัพท์ในยุโรปกำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินการตามคำสั่งของ EU ที่บังคับให้บริษัทต้องเก็บข้อมูลการสื่อสารหลากหลายชนิดนาน 2 ปี
Google เก็บรวบรวมข้อมูลจากการค้นหาแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ข้อความที่ต้องการค้นหา ไอพีแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ และรายละเอียดต่างๆ เช่น บราวเซอร์ที่ใช้และการค้นหาข้อมูลครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถบ่งบอกได้ถึงพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รายนั้น ซึ่ง Google กล่าวว่าตนใช้ข้อมูลนี้เพื่อช่วยปรับปรุงบริการของตนและเพื่อเฝ้าติดตามวิธีการทำงานของเสิร์ชเอนจิ้นของตน
ที่มา : arip.co.th
World Economic Forum ตีพิมพ์รายงาน The Global Information Technology Report ประจำปี 2006-2007 โดยมีการจัดอันดับประเทศที่มีบทบาทต่อวงการเทคโนโลยีไอซีที ซึ่งใช้ดัชนี Networked Readiness Index (NRI) เป็นตัววัด ผลปรากฎว่าอันดับประเทศปีล่าสุด สหรัฐตกจากที่ 1 ไปอยู่ที่ 7 ซะแล้ว และแชมป์ใหม่คือเดนมาร์ก สังเกตว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวียอันดับขึ้นกันถ้วนหน้า
สิบอันดับแรก (ในวงเล็บคืออันดับของปีก่อน)
- เดนมาร์ก (3)
- สวีเดน (8)
- สิงคโปร์ (2)
- ฟินแลนด์ (5)
- สวิตเซอร์แลนด์ (9)
- เนเธอร์แลนด์ (12)
- สหรัฐอเมริกา (1)
- ไอซ์แลนด์ (4)
- สหราชอาณาจักร (10)
- นอร์เวย์ (13)
โดยไทยอยู่อันดับที่ 37
ที่มา : BBC, อันดับประเทศ (PDF)
1 The placebo effect
Don’t try this at home. Several times a day, for several days, you induce pain in someone. You control the pain with morphine until the final day of the experiment, when you replace the morphine with saline solution. Guess what? The saline takes the pain away.
This is the placebo effect: somehow, sometimes, a whole lot of nothing can be very powerful. Except it’s not quite nothing. When Fabrizio Benedetti of the University of Turin in Italy carried out the above experiment, he added a final twist by adding naloxone, a drug that blocks the effects of morphine, to the saline. The shocking result? The pain-relieving power of saline solution disappeared.
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!